ชีวิตมอปลายของผมจบลงไปด้วยดี แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งแต่เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากสำหรับผม ผมสอบติดมหาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ คือผมเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่บ้านฐานะค่อนข้างยากจน ผมสอบติดในคณะที่ผมไม่ได้ตั้งใจสักเท่าไหร่แค่คะแนนมันถึง ผมไม่รู้ว่าไอ้คณะนี้จบมาแล้วมันทำงานอะไร แต่เล่นบอกว่าทำได้ทุกงาน แต่แมร่งทำไมคนมันไม่ค่อยจะสนใจกันเลยว่ะ เอาก็เอาว่ะ อย่างน้อยกูก็ได้อยู่มหาลัยดังแหละว่ะ ผมได้อยู่แฟลตตำรวจของน้าชายที่เค้าขอทางราชการไว้ แต่ไม่ได้เข้ามาอยู่ ผมเลยไม่ต้องเสียค่าที่พัก วันพรุ่งนี้ผมจะขนของเข้าแฟลต “ไอ้โป้ง พรุ่งนี้มึงว่างป่ะ ช่วยขนของกุหน่อยดิ เดี๋ยวกุเติมน้ำมันให้” ผมโทรหาไอ้โป้ง มันเป็นเพื่อนกับผมมาตั้งแต่มอสี่ มันมีรถเลยให้มันมาช่วยขนของ “เออ ว่างๆ ไม่เป็นไร ไม่ต้องเติมให้กู เพื่อนกัน” ไอ้โป้งมันเรียนต่อมหาวิทลัยเอกชนซึ่งไม่ไกลจากมหาลัยผมมาก มันบอกว่ามันจะเลยไปดูหอมันด้วย “งั้นพรุ่งนี้ 9 โมงมารับกุที่บ้านน่ะ กุจะได้เอาของไปรอหน้าบ้าน” “เออ แล้วเจอกัน” ไอ้นี้มันน่ารักจริงๆ คอยช่วยเหลือผมบ่อยๆ เช้าวันรุ่งขึ้นไอ้โป้งมันก้อมารับผมตามที่บอก “เออ ไอ้ตุลย์ แล้วไอ้แฟลตที่ว่ามันอยู่แถวไหนว่ะ” เออลืมบอกไปผมชื่อ ตุลย์ ครับ คงไม่ต้องบอกก้อรู้ว่ามาจากอะไร “ก็ แถวๆ มหาลัยกูนั้นแหละ” “แม่ ตุลย์ไปก่อนน่ะเดียวตอนเย็นเจอกันทำกับข้าวไว้รอด้วย” ผมอยู่กะแม่แค่สองคนครับในบ้านเช้าเล็กๆ หน้าบ้านแม่เปิดร้านขายข้าวแกงเล็ก ถ้าผมไม่อยู่ใครจะช่วยแม่น่ะ เฮอออ คิดแล้วก็ใจหาย “อืม โป้งขับรถดีๆล่ะ แล้วอย่ากลับดึกล่ะ” ชั่วโมงครึ่งผมกับโป้งก็มาถึงกรุงเทพ แล้วก็ช่วยกันขนของขึ้นไปไว้บนห้องจัดให้เรียบร้อย นี่หรอห้องผม ผมจะต้องอยู่ที่นี่จนเรียนจบหรอ “เสร็จยังไอ้ตุลย์ กูหิวข้าว แล้วจะได้ไปดูหอกู” “เออๆ เสร็จแล้ว กูเห็นหน้าแฟลตมีร้านข้าว กินที่นี่นะ จะได้ไม่ต้องหาที่จอดรถบ่อยๆ” “เออ เร็วๆๆ กูหิวจนจะกินมึงได้อยู่แล้ว” ไอ้นี่ประสาท “งั้นไปเลย” ผมก้อไปนั่งกินที่ร้านหน้าแฟลตแต่โต๊ะเต็มว่ะ ช่วงเที่ยง ก้อแหงแหละมีอยู่ร้านเดียว เอะนั้นโต๊ะนั้นนั่งคนเดียว เป็นผู้ชายหน้ารุ่นราวคราวเดียวกับผม ผิวขาว หน้าตาหล่อเหลา สูงหน้าจะประมาณ 185 cm “ไอ้โป้งงั้นไปขอนั่ง กะโต๊ะโน้นล่ะกัน” “ขอโทษครับ ขอนั่งด้วยได้มั้ยครับ” เงียบ……. “คุณครับ นั่งด้วยได้มั้ยครับ” เงียบ… ก้มหน้า ก้มตากินไม่มองแม้กระทั้งหน้ากู ไปตายอดตายอยากมาจากไหนว่ะ กวนส้นตีน ผมขี้เกียจรอคำตอบ ผมก็ทำตามมารยาท นั่งเลยล่ะกัน มันเงยหน้าขึ้นมามองผมกะไอ้โป้ง แล้วลุกขึ้นแล้วเดินไปจ่ายตั้งแล้วเดินข้ามบันได้เล็กๆ ริมกำแพงซึ่งต่อกับหลังบ้านหลังหนึ่ง อย่าเรียกว่าบ้านเลย เรียกว่าคฤหาสน์ดีกว่า สาสสส กวนตีน หน้าตาก้อดี บ้านก้อโคตรรวย ทำกร่าง “กินไรมึง” ไอ้โป้งมันถามผม “มึงกินไรกูก็กินอันนั้นแหละ ขี้เกียจรอนาน หิวเหมือนกัน” เรากินข้าวกันเสร็จก็ไปดูหอไอ้โป้งมัน ก็ใกล้นี่แหละครับ เลยแฟลตผมไปไม่เท่าไหร่แต่มันอ้อมเท่านั้นเอง เย็นก็กลับบ้านกัน “แม่ แม่อยู่คนเดียวได้แน่นะ” ผมถามหน้าทีวีก่อนเข้านอน “อยู่ได้สิ ตุลย์ไม่ต้องห่วง แม่อยู่ได้ ตุลย์ตั้งใจเรียนเถอะลูก อย่านอกลู่นอกทางล่ะ” ผมนี่นะนอกลู่นอกทาง ไม่มีทางหรอกแม่ “ใครจะช่วยแม่ขายของล่ะ แม่ทำคนเดียวไหวหรอ” ผมถามแม่ด้วยความเป็นห่วง “อ่อ แม่จ้างน้าศรีมาช่วยแล้วแหละ ไม่ต้องห่วง สบายๆๆ” แม่ผมเป็นหญิงแกร่ง พ่อจากผมไปตั้งแต่ผมอยู่ ป.2 แม่เลี้ยงผมมาคนเดียวด้วยลำแข้งของสาวคนนี้ ทำให้ผมอยู่มาถึงทุกวันนี้ ผมรักแม่มากครับ *********************************************************** “ตุลย์ เข้ากรุงเทพได้แล้วลูก อาทิตย์หน้าเปิดเทอมแล้วนะ ลูกควรจะไปเตรียมตัวให้เข้าที่เข้าทางก่อน” แม่บอกผมหลังช่วยแม่เปิดร้านเสร็จ วันนี้น้าศรีมาช่วยแล้ว เบาแรงแม่ขึ้นเยอะ ค่าจ้างก็ไม่แพง “อืม ตุลย์จะไปพรุ่งนี้บ่ายๆ ไปพร้อมไอ้โป้งอะ” ไอ้โป้งพ่อมันให้เอารถไปใช้ “แม่ตุลย์รักแม่น่ะ ตุลย์จะมาหาแม่บ่อยๆ” ผมบอกแม่ก่อนไปกรุงเทพ “จร้า แม่ก้อรักตุลย์ มีไรก้อโทรหาแม่นะ” “เดี๋ยวผม หางานพาร์ทไทม์ทำ จะได้ช่วยแม่น่ะ” ผมอยากจะช่วยแม่ให้แม่เหนื่อยน้อยลง แม่ก็แก่แล้ว ค่าเทอมผมก้อกูเรียนเอาจากรัฐบาล ค่าห้องก้อไม่ต้องเสีย หางานทำจะได้ช่วยแม่อีกแรง” “ไม่ต้องหรอกลูก ตั้งใจเรียนดีกว่า” “ไม่เอา อ่ะตุลย์อยากช่วยแม่ เอาตามนี้ ตกลง โอเค” ผมรวบรัด กอดแม่ หอมแม่แล้วหนีขึ้นรถไปเลย “เออ ไอ้โป้งมึงจอดส่งกูสะพานลอยนี้แหละมึงจะได้ไม่ต้องไปกลับรถไกล” “เออ งั้นมึงมีไรก็โทรหากูนะ เออกินข้าวด้วยนะมึงผอมจะตายห่า เดี๋ยวโรคกระเพราะถามหา”สาสส กูรักมึงว่ะ เป็นห่วงกูจริง เป็นพี่กูหรือไงว่ะ ผมลงมาแล้วเดินข้ามสะพานลอยกำลังเดินข้ามถนนเข้าแฟลต รถเก่งสีดำสนิทขับตัดหน้าผมเบรกเอี้ยดด เค้าเปิดกระจกลงมาตะโกนด่าผม “อยากตายไง” แค่แป็บเดียวจริงๆ เค้าก้อปิด กระจกฟิล์มดำสนิท แล้วก้อขับไปเฉยเลย คนรอบข้างมองกันเป็นตาเดียวอ่ะ อายกูอายชิบ วันแรกในการใช้ชีวิตที่นี่นะเนี่ย ซวยตั้งแต่ต้นเลย เอะแต่ไอ้เมื่อกี้มันน่าคุ้นๆแฮะ เคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ นึกไงก้อนึกไม่ออก ไม่เอาขึ้เกียจนึกแระ ขึ้นห้องดีกว่า ขึ้นมาก้อทำความสะอาดนิดหน่อย จัดของเข้าที่เข้าทาง แล้วก้อนอน นอนไปสักพัก ก้อมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา “ว่าไงไอ้โป้ง ผมรับโทรศัพท์เป็นไอ้โป้งโทรเข้ามา” “เออ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงกูเข้าไปรับมึงไปกินข้าว อย่าให้รอน่ะ” พี่ชายผมสั่ง สาสส เพื่อนนะเว้ยยย “ไม่ต้องก็ได้ กุหากินแถวนี้เอาก็ได้ มึงไม่ต้องลำบากหรอก” ผมตอบกลับไป ไม่อยากให้มันลำบาก “แล้วใครว่ากูลำบาก กุเต็มใจ แค่นี้น่ะ ครึ่งชั่วโมงถึง” มันวางสายไปเลย ไอ้นี้ชอบบังคับกูจริงๆ ผมอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปรอมันข้างล้าง ขณะที่รออยู่นั้นผมก็เห็นไอ้ขี้เก็กคนที่มาขอนั่งด้วยกำลังปีนบันไดกลับบ้านมันไป สงสัยมาหาข้าวกิน เฮ้ยย ไอ้คนเมื่อบ่ายที่มันจะขับรถชนกูนี่หว่า จำได้แระ สาสส ที่แท้ก้อไอ้นี้เอง กร่างตลอด แป็บนึงไอ้โป้งก้อมารับผมไปกินข้าวที่ห้างใกล้นี่ๆเอง พอกินเสร็จผมจะช่วยมันออกตังส์ “ไม่เป็นไรกูเลี้ยง เพื่อนคนเดียวกูเลี้ยงได้” โอ้โห กุซึ้งว่ะ “ไม่เอา หลายครั้งแล้วนะเว้ยที่มึงเลี้ยงกูอ่ะ” ผมตอบกลับไปตามมารยาท (ก้อดีกุจะได้ไม้ต้องเปลืองเงินยิ่งน้อยๆอยู่ พากรูมากินซะหรู) “เออหน่า อีกครั้งแล้วกัน ตุลย์ดูหนังกันหนังเข้าใหม่กูอยากดูอ่ะ ดูเป็นเพื่อนกูหน่อยกูเลี้ยงเอง” ไอ้โป้งชวนผมดูหนัง “เออๆๆ ดูก้อได้ แต่เดี๋ยวกูออกค่าตั๋วเอง” ไปจองตั๋วได้รอบสองทุ่งสิบห้า ตอนนี้ทุ่มนึงเหลือเวลาตั้งชั่วโมงนึง “ตุลย์ไปเดินซื้อของเข้าหอเป็นเพื่อนหน่อย” ตุลย์ชวนเดินไปซื้อของ ก็เลยไปซื้อของ ผมรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาก้อเลยขอตัวมันไปเข้าห้องน้ำ “เออ ไอ้โป้งกุไปเข้าห้องน้ำแป็บมึงเดินเลือกของรอกูอยู่แถวนี้ก่อนนะ”ผมบอกมัน “อือ อย่านานนะ กูคิดถึง” เอะไอ้นี้ประสาท มาคิดถึงกูทำไม ผมรีบวิ่งไปห้องน้ำ รีบจัดไปหน่อยก็เลยชนเข้าอย่างจังกับคนๆหนึ่ง จนผมล้มหงายหลัง “เฮ้ย มึงจะรีบไปตายหรือไงว่ะ” สาสสพูดดีดีไม่เป็นไงว่ะ แต่เอะ ไอ้เชี่ยนี่มันไอ้กร่างนี่หว่า กร่างตลอดเลยนะมึง “เอ้า กูมาห้องน้ำกูก้อมาเยี่ยวดิ จะให้ไปตายได้ไง” ผมรีบลุกขึ้นแล้วสวนมันกลับไป “อ้าวๆๆ ไอ้เชี่ยนี่อย่างงี้ก้อสวยดิว่ะ ชนกูแล้วยังมาด่ากูอีก” มันค่อยๆเดินเข้ามาหาผม เริ่มกลัวแล้วดิว่ะ ตัวใหญ่กว่ากูอีก สายตาหน้ากลัวชะมัด “เฮ้ย ไอ้โชว์มีไรกันว่ะ” เสียงสวรรค์ มีคนมาทักมันก่อน โห หน้าตาดีวะ ใครว่ะ แต่เอะทักใช่กร่าง สาสสไอ้กร่างชื่อโชว์หรอ ถึงว่าโชว์กร่างตลอด “ก็ไอ้เวรนี่อะดิชนกู ไม่ขอโทษแล้วยังมาด่ากูอีก” ชั่วโมงนั้นผมหายปวดฉี่เป็นปลิดทิ้ง ใจเต้นแรง “เอ้า ไหงงั้นอ่ะ มึงด่ากูก่อนนะครับ” “เอออ นาย ขอโทษแทนเพื่อนเราด้วย มันใจร้อนอ่ะ” พี่คนนั้นบอกกับผม “เออ แต่ว่าชื่อไรอ่ะ เรียนที่ไหน” สนใจกูใช่ไหมล่ะ สุดหล่อถามผม “ชื่อตุลย์ เรียนอยู่มหาลัย ก เพิ่งเข้าปีหนึ่ง พี่อ่ะ” ได้ทีถามกลับ “ออ พี่ชื่อกาย อยู่มอเดียวกับน้องอ่ะ ขึ้นปีสอง” เค้าตอบผมมา “ชื่อตุลย์ปีหนึ่ง มหาลัย ก รับทราบกูจะได้ตามไปกระทืบตัวถูก” อยู่ๆไอ้โชว์ก้อพูดขึ้น แถวคาดโทษกุไว้ด้วย

Comments are closed.